คดีของการรุกร้ำความเป็นส่วนตัวที่ได้ฟ้องต่อการใช้กล้องอัจฉริยะและกริ่งกดประตู

คดีของการรุกร้ำความเป็นส่วนตัวที่ได้ฟ้องต่อการใช้กล้องอัจฉริยะและกริ่งกดประตู

สำหรับการวินิจฉัยของ ซึ่งว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายข้อมูลของสหราชอาณาจักร ทั้งยังพ.ร.บ.คุ้มครองปกป้องข้อมูลของสหราชอาณาจักรรวมทั้ง ระเบียบการคุ้มครองปกป้องข้อมูลทั่วไปของสหราชอาณาจักร อาเมชอน ซึ่งทำอีกทั้งกริ่งประตูและก็กล้องถ่ายรูปว่าลูกค้าจำเป็นต้อง

นับถือความเป็นส่วนตัวของเพื่อนบ้านแล้วก็กระทำตามข้อบังคับที่บังคับใช้เมื่อใช้วัสดุอุปกรณ์ ริงค์ ตุลาการวินิจฉัยว่ากล้องถ่ายรูปรักษาความปลอดภัยและก็กริ่งประตูที่จัดตั้งในบ้านในอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์ ละเมิด ความเป็นส่วนตัวของเพื่อนบ้านอย่างไม่แฟร์ ดร.แมรี แฟร์เฮิร์สต์ กล่าวถึงว่าเครื่องมือที่จัดตั้งในบ้านของเพื่อนบ้าน

จอน วูดดาร์ด ล่วงล้ำกฎหมายข้อมูลรวมทั้งมีส่วนก่อให้เกิดการล่วงละเมิด ตุลาการยึดมั่นคำเรียกร้องทั้งคู่นี้ คุณ วู๊ดเดร็ด กำลังพบเจอกับค่าเสียหายเยอะๆ อ้างถึงว่าจัดตั้งวัสดุอุปกรณ์โดยความซื่อสัตย์เพื่อคุ้มครองป้องกันการขโมยสาเหตุของแถวมีเหตุมาจากการเชิญจากนาย วู๊ดเดร็ด ถึงเพื่อนบ้านของ ดร. แฟร์เฮิร์สต์ ให้ไปเยี่ยมดูการปรับแต่งบ้าน

ในระหว่างนั้นอ้างถึงว่าได้แสดงระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ของ คำวินิจฉัยบอกว่า ดร.แฟร์เฮิร์สต์ ตระหนกตกใจรวมทั้งตระหนกตกใจ เมื่อสังเกตว่ามีกล้องถ่ายรูปติดอยู่บนโรงเก็บของ รวมทั้งวิดีโอจากกล้องถ่ายภาพนั้นถูกส่งไปยังสมาร์ทโฟนของ กำเนิดกรณีพิพาทขึ้นหลายคราเกี่ยวกับกล้องถ่ายรูปดัง

นำมาซึ่งการทำให้ ดร. แฟร์เฮิร์สต์ ย้ายออกจากบ้านของ สำหรับเพื่อการวินิจฉัย พบว่ากริ่งกริ่งประตูถ่ายภาพบ้านและก็สวนของผู้ถือสิทธิ์ เวลาที่กล้องถ่ายรูปโรงเก็บของครอบคลุมพื้นที่เกือบจะทั้งยังสวนและก็พื้นที่หยุดรถยนต์ ตุลาการเมลิสซา คลาร์กพบว่าข้อมูลเสียงที่กล้องถ่ายภาพเก็บไว้บนโรงเก็บของ

บนถนนหนทางรถยนต์แล่น รวมทั้งบนกริ่งประตูนั้นได้รับการประมวลผลอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งข้อคิดเห็นว่าเวลานี้ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะปิดระบบบันทึกเสียง ซึ่งเกิดขึ้นสำหรับการอัปเดตในปี 2020 กล่าวว่าเจอข้อมูลเสียงซึ่งสามารถบันทึกการพูดคุย ยิ่งมีปัญหาและก็มีอันตรายมากยิ่งกว่าข้อมูลวิดีโอ

ข้อมูลส่วนตัวบางทีอาจถูกบันทึกจากคนที่ไม่รู้จักว่ามีวัสดุอุปกรณ์อยู่ตรงนั้น หรือบันทึกข้อมูลรวมทั้งประมวลผลข้อมูลเสียงแล้วก็ข้อมูลเฉพาะบุคคล